21-30  ตุลาคม  2559

         บัลกาเรีย มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปได้ถึง ค.ศ. 500 เป็นรัฐเอกราชรุ่งเรืองมีทรัพยากร การเกษตรสมบูรณ์ และเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ของประเทศระหว่างยุโรปและเอเชียไมเนอร์ ฉะนั้นจึงเป็นที่ต้องการของประเทศที่มีอำนาจ เช่น เคยถูกบุกรุกรานโดยอเล็กซานเดอร์มหาราชในสมัย 300 ปี ก่อนคริสตกาล ต่อมาโรมันเรืองอำนาจขยายอาณาเขต จึงเข้าครอบครองมาหลายร้อยปีถัดไป เมื่อมีความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างคริสตจักรและอิสลาม สงครามแผ่ศาสนาจึงมีขึ้น บัลกาเรียตกอยู่ภายใต้ปกครองของจักรวรรดิ ออตโตมานแห่งตุรกีนานถึง 500 ปี แต่ประเทศนี้ส่วนใหญ่ยังนับถือศาสนาคริสต์ลัทธิออโธดอกซ์ มีอิสลามจำนวนน้อยมาก และได้รับเอกราชอิสสระจากตุรกี ในปี 1878 โดยการช่วยเหลือของรัสเซีย ซึ่งทำสงครามกับตุรกีในปี 1877 เป็นเวลา 1 ปี ทหารรัสเซียเสียชีวิตในสงครามถึง 200,000 คน จึงได้มีการสร้างโบถส์ใหญ่ อเล็กซานเดอร์เนฟสกี้ เป็นอนุสรณ์สถาน ในปี 1946 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บัลกาเรีย ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต และเปลี่ยนแปลงเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันเป็นรัฐเอกราช เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย และเริ่มมีนโยบายโน้มเอียงมาทางประเทศฝ่ายตะวันตกมากขึ้น จนสกุลเงินยึดติดกับสกุล ยูโร ทำให้ระบบธนาคารมั่นคงขึ้น บัลกาเรียส่งทหารเข้าร่วมกับกองทัพนาโตในปี 1999 ระหว่างสงครามโคโซโว บัลกาเรียกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งมีพื้นฐานจากชายฝั่งทะเลดำ และสถานที่เล่นสกีบนภูเขา มีอุตสาหกรรมทำไวน์ส่งเป็นสินค้าขาออกไปยังประเทศตะวันตก ซึ่งเราจะได้ลองซิมเปรียบเทียบ กับไวน์ มีชื่อของประเทศอื่นๆ 
         โรมาเนีย มีพื้นที่เป็น 2 เท่าของบัลกาเรียด้วยประชากร 22,435,000 คน มีเชื้อสายละติน แต่ล้อมรอบโดยคนสลาฟตุรกี และคนเชื้อชาติอื่นๆ ในด้านการถูกยึดครองก็ไม่แตกต่างกับบัลกาเรียมากนัก ชตากรรมเหมือนกัน ถูกปกครองโดยโรมันและตุรกีจนได้รับอิสรภาพในปี 1878 อานิสงส์ จากสงครามรัสเซีย ตุรกีในปี 1877 พื้นที่ดั้งเดิมของโรมาเนีย คือ มอลเดเวีย (Moldavia) และวัลลาเซีย (Wallachia) ส่วนทรานส์ซิลเวเนียนั้น เพิ่งมารวมกันภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 พื้นที่ของทรานส์ซิลเวเนีย มีเทือกเขาคาริปาเทียน ซึ่งสูงถึง 2,663 เมตร ล้อมเกือบเป็นวงกลม เมืองบูคาเรสท์ เมืองหลวงเป็นเมืองใหญ่ที่สุด เคยได้รับสมญาว่า ปารีสของยุโรปตะวันออก มีทรัพยากรหลายประเภท และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังน้ำจากไอรอนเกท (Iron Gates) บนแม่น้ำดานูป ซึ่งเป็นโครงการร่วมกับอดีตยูโกสลาเวีย (ลัทธิคอมมิวนิสต์ เพิ่งนำมาใช้ในการบริหารประเทศ ในปี 1945 และในปี 1965 ภายใต้ประธานาธิบดี นิโคแล เชาเชสกู (Nicolae Cxauseskul) เน้นในการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเดียว พวกอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ ใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจปัจจุบัน เนื่องจากโรงงานส่วนมากใช้เครื่องจักรที่ล้าสมัย ประกอบกับเชาเชสกูบริหารประเทศแบบเผด็จการ ซึ่งมีอำนาจบริหารประเทศถึง 24 ปี และใช้การบริหารเป็นจอมเผด็จการด้วยการบริหารผิดพลาดทำให้เศรษฐกิจตกต่ำใช้ทรัพยากรของประเทศสิ้นเปลืองเกือบหมด จึงถูกประชาชนร่วมกันปฏิวัติต่อต้านทั่วประเทศ และถูกตัดสินยิงเป้าในที่สุดในเดือนธันวาคม 1989 เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่าเมื่อมีอำนาจล้นฟ้าและอยู่นานจนคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ทุกอย่างเป็นของตนจึงมีจุดจบอย่างที่เห็น ปัจจุบันระบบบริหารของประเทศเป็นแบบประชาธิปไตยมีการเลือกตั้งประธานาธิบดี
         เยี่ยมชมทั้งสองประเทศเปรียบเทียบเรียนรู้ถึงวัฒนธรรมศิลปกรรมสถาปัตยกรรมธรรมชาติของทั้งสองประเทศ ซึ่งยังเป็นธรรมชาติอยู่มากต้นไม้ ป่าไม้เขียวขจี ดังรายการต่อไปนี้ 

โปรแกรมการเดินทาง

07.00 น.    พบกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ประตู 8 แถว Q1 – Q7
09.05 น. ออกเดินทางโดย QR 831
12.15 น. ถึงสนามบินเมือง โดฮา
14.05 น. ออกเดินทางต่อโดย QR 219
19.00 น. ถึงสนามบิน กรุงบูคำเรสท์
20.00 น. หลังจากผ่านการตรวจลงตราหนังสือเดินทางแล้ว ออกเดินทางไปแวะร้านอาหารจีนก่อนนาเข้าพัก
22.00 น. เข้าพักโรงแรม Ambassador Bucharest หรือเทียบเท่า

08.00 น. หลังอาหารเช้า ออกเดินทางไปเมืองสลำนิค (Slanic 100 km.)นำกระเป๋าใบเล็กติดตัวพอค้างคืน 1 วัน กระเป๋าใหญ่ฝากโรงแรม
09.30 น.

ถึงเมืองสลานิค ซึ่งมีเหมืองเกลือที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเคยส่งสินค้าเกลือไปทั่วยุโรป เป็นสถานที่พักผ่อนและหลายคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่า เป็นสถานที่พักฟื้นคืนสู่วัยเยาว์ ระบบเดียวกับทาสปา ในเหมืองเกลือเก่าได้เปลี่ยนเป็นสถานที่บาบัดคนป่วยวัณโรคได้ด้วย ซึ่งอยู่ใต้ดินระดับ 210 เมตร มีทะเลสาบน้าเค็มซึ่งจะนามารักษาโรคไขข้ออักเสบต่างๆ (Rhumatic Diseases) มีโคลนให้พอกประเทืองผิว แต่เราจะเข้าไปเพียงแต่ดูเท่านั้น ต้องมาใหม่และอยู่ให้นานขึ้นเข้าครบคอร์สของเขา

b01

12.00 น. อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
13.00 น. ออกเดินทางต่อไป เมืองซินเอีย (Sinaia 120 km.)
15.00 น.

ถึงเมืองซินเอีย ซึ่งเป็นเมืองตั้งอยู่เชิงเขา Bucegi Mountain ในวนอุทยาน อากาศเย็นสบาย ความสูงประมาณ 850 เมตร ในหน้าหนาวจะสามารถขึ้นกระเช้าไปเล่นสกีในระดับ 2,000 เมตร ของภูเขาและทางลาดลงมายังเมืองซินเอีย ธรรมชาติสวย ต้นสนสูงดอกไม้บาน พวก Rhododendron และ Edelweis เป็นต้น แถบนี้จะมีน้าพุร้อนซึ่งมีแร่กามะถันและแร่ชนิดอื่นเหมาะต่อการบารุงผิว เขาคุยว่าอากาศของเขาบริสุทธิ์สะอาด มีจานวนออกซิเจนมาก เหมาะกับผู้เป็นโรคทางเดินหายใจ นำชมเมืองพร้อมกับมัคคุเทศท้องถิ่น แวะชมปรำสำทเปเลซ (Peles Castle) อยู่บนเขาบูเซกิ (Bucegi)

b02

18.00 น. อาหารค่า ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
20.00 น. นาเข้าพักโรงแรม New Montana หรือเทียบเท่า

08.00 น. หลังอาหารเช้าออกเดินทางไป เมืองแบรน (Bran 50 km.)
09.00 น.

ถึงเมืองแบรน เป็นเมืองเล็กเป็นที่รู้จักเพราะ ปราสาทแบรน (Bran Castle) ซึ่งสร้างโดยพวกแซกซอนแห่งครอนสตาดท์ (Saxson of Kronstadt) ในระหว่างปี 1377 -82 เป็นป้อมที่พัก เพื่อดูแลเส้นทางค้าขายให้ปลอดภัยและเก็บภาษี แต่เป็นที่รู้จักในนามของปราสาทแดรกกูลำ (Dracula) ผีดิบคอยสูบเลือดจาก มนุษย์ชม Bran Castle พร้อมกับ นิยายให้ออกรสออกชาติ

b03

12.30 น. อาหารลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
15.00 น. เดินทางกลับเข้าสู่กรุงบูคาเรสต์
18.00 น. ถึงเมืองบูคาเรสต์ รับประทานอาหารค่ำ
20.00 น. กลับเข้าพัก โรงแรม Ambassador Bucharest หรือเทียบเท่ำ

09.00 น. หลังอาหารเช้า นาชมเมืองพร้อมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น นาชมเมืองที่เคยมีสมญาว่า กรุงปารีสของยุโรปตะวันออก บัดนี้จะได้เห็นอาคารใหญ่โตโอฬาร ถนนกว้างขวางไม่มีบรรยากาศเดิมซึ่งเคยสัมผัสวัฒนธรรมและ สถาปัตยกรรมแบบโรมาเนีย แต่เป็นการออกแบบความใหญ่โตมโหฬาร ตกแต่งอาคารต่างๆ แบบรัสเซียและเกาหลีเหนือ ซึ่งเชาเชสกูเคยไปเยือนเมื่อปี 1971 และชื่นชมอาคารในเมืองปองยางและวิธีการปกครองของนายคิมอิลซุง
  ชมเมืองและอาคารสถานที่สาคัญๆ ซึ่งโดยมากจะเป็นอาคารใหม่เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1977 มีแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ริคเตอร์รุนแรงความสั่นสะเทือนนั้นนอกจากในประเทศแล้วยังรวมไปถึงประเทศในกลุ่มบอลติกศูนย์กลางของแผ่นดินไหวนั้นมีศูนย์กลางอยู่ในบูคาเรสท์ถึง 90% จานวนอาคารที่เสียหายภายในประเทศรวมแล้วถึง 32,900 หลังคาเรือนและอาคารใหญ่ถึง 33 หลังในบูคาเรสท์ หักพังลงมาอาคารเหล่านี้สร้างขึ้นก่อนสงครามครั้งที่สอง จึงมีบางแห่งมีความแข็งแรงไม่เพียงพอ จึงต้องซ่อมสร้างใหม่ที่ซ่อมไม่ได้ถูกรื้อออกไป อุบัติเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้มีผู้คนล้มตายไปถึง 1,539 คน และบาดเจ็บ 11,300 คน เข้าชม
 
  • อาคารสภาผู้แทนราษฎร (Palace of the Parliament)b04
  ซึ่งใหญ่โตมีพื้นที่กว้างขวาง เชาเชสกูต้องการจะย้ายสานักงานกระทรวงทบวง กรม รวมทั้งพรรคคอมมิวนิสต์ เข้าไปอยู่ในพื้นที่เดียวกัน สร้างอยู่บน Spirei Hill มีห้อง 1,100 ห้อง ความสูง 12 ชั้น และอีก 4 ชั้นใต้ดิน ซึ่งรวมที่หลบภัยระเบิดนิวเคลียร์ มีแชนเดอเลียร์ระย้า แก้วเจียรนัย 4,500 ช่อ ภายในตกแต่งด้วยหินอ่อน และประดับด้วยทองบรอนซ์คล้ายคลึงกับการตกแต่งพระราชวังต่างๆ ในยุโรป การตกแต่งภายในยังไม่สมบูรณ์เพราะ เชาเชสกูเปลี่ยนใจให้แก้ไขบ่อยครั้ง เล่ากันว่า มีบันไดหนึ่งจาก 700 บันได ต้องแก้ไขทาใหม่ถึง 3 ครั้ง กว่าจะพอใจเริ่มสร้างในปี 1984 – 1989
 
  • ผ่านชมจัตุรัสวิคโตรี (Victory Square)b05
 

เป็นจัตุรัสใหญ่ซึ่งมีตรงกลางเป็นวงเวียนแยกเป็นถนนสาคัญๆ 6 สาย ถนนสาคัญ เช่น ถนน Carlea Victoria , ถนน Lascar Catargui มีอาคารสาคัญๆ ตั้งอยู่มีตึกอาคารสานักงานของฝ่ายบริหาร สานักนายกฯ เรียกตามชื่อจัตุรัสคือ Victoria Palace และมีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ Grigore AntipaSBY CO.,LTD. 9 และอาคารอื่นๆ นั้นส่วนมากเป็นสานักงานของบริษัทห้างร้านต่างๆ เป็นตึกสูงๆ

 
  • ผ่านชมประตูชัย (Arch of Triumph)b14
  สร้างขึ้นในปี 1936 เป็นอนุสรณ์สถานสาหรับวีระบุรุษทหารหาญในสงครามโลกครั้งที่ 1
กลางวัน อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
  • เข้าชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้ำน (Romanian Peasant Museum)b06
  แสดงศิลปะความเป็นอยู่ วัฒนธรรมของชาวโรมาเนีย มีสิ่งทอพื้นเมืองลายสวย มีเสื้อผ้าแบบประจาชาติ รูปปั้นแกะสลัก เครื่องกระเบื้องที่ชาวบ้านใช้และอื่นๆ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยได้รับเลือกยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านประจาปีของยุโรป ปี 1996 มีสิ่งของแสดงกว่า 1 แสนชิ้น ในช่วงระบบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ได้ใช้สถานที่นี้แสดงถึงวิธีการบริหารจัดประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ และเพิ่งกลับมาเปิดจัดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1990 หลังจากนายเชาเชสกู อดีตประธานาธิบดีถูกจับและถูกยิงเป้าทั้งสามีและภรรยาเพียง 6 อาทิตย์
12.30 น. อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
14.00 น.

เข้าชมพิพิธภัณฑ์ Satului เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดแสดงถึงหมู่บ้านของชุมชน ความเป็นเอยู่ของชาวเมืองเริ่มเปิดเมื่อปี 1936 ต่อด้วยชมอาคารร้านค้า ชอปปิ้งตามอัธยาศัย

b17

18.00 น. อาหารค่า ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
20.00 น. กลับเข้าพัก โรงแรม Ambassador Bucharest หรือเทียบเท่า

08.00 น. หลังอาหารเช้า ออกเดินทางเข้าสู่ประเทศ บัลกาเรีย
11.30 น. ที่เมืองรูซ (Ruse) เมืองชายแดนฝั่งประเทศบัลกาเรีย (72 กม.) ไปเปลี่ยนรถบัสที่โรงแรมริก้า (Riga)
12.00 น. อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
14.00 น. ออกเดินทางไปเมืองวาร์นา (191 กม.)
16.45 น.

ถึงเมืองวาร์นา นั่งรถชมเมืองวาร์นา เป็นเมืองตากอากาศสาคัญแห่งหนึ่งที่ชายหาดยาวตลอด และที่สวยมีหาดทรายเป็นทรายนุ่มสีทอง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว จะเห็นมีเต้นท์และเก้าอี้นั่งอาบแดดอยู่เป็นทิวแถว หาดทรายเมืองนี้เป็นหาดลาดลงจากบนที่สูงไปสู่น้าทะเล ฉะนั้นปรากฏการณ์คลื่นใต้น้าจึงไม่มี ปลอดภัยต่อการถูกคลื่นซัดล้มและพัดพาออกทะเล นอกจากจะมีโรงแรมที่พักระดับต่างๆ ภัตตาคารร้านอาหารและห้างร้านเสนอให้นักท่องเที่ยวได้ช้อปกันอย่างสนุกแล้ว เมืองนี้ยังเป็นเมืองท่ามีเรือสินค้าเข้าออกมีการค้าขาย เศรษฐกิจค่อนข้างดี ทั้งยังเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือของบัลกาเรียอีกด้วย มีเวลาดูดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าสู่ทะเล

b18

18.00 น. อาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
20.00 น. นำเข้าพัก โรงแรม Swiss Bell Hotel หรือเทียบเท่า

  หากใครชอบตื่นแต่เช้า ดูดวงอาทิตย์ขึ้นโผล่ขอบฟ้าจากทะเลเป็นภาพที่สวยเปรียบเทียบกับทะเลของเรา
08.00 น.

หลังอาหารเช้า ออกจากโรงแรมชมเมืองโดยรอบทางรถ ก่อนเดินทางต่อไปเมืองเวลิโก้ ทาร์โนโว (220 กม.)

12.00 น.

ถึงเมืองเวลิโก้ ทาร์โนโวอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

b07เวลิโก้ ทาร์โนโว เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศในสมัยที่กษัตริย์ชาวบัลกาเรีย ปกครองในระหว่างศตวรรษที่ 12-14 ตัวเมืองมีกาแพงเมืองล้อมรอบ เป็นศูนย์กลางของความเจริญทางเศรษฐกิจและทางศิลปวัฒนธรรม วัด วัง อาคารบ้านเรือนสร้างอย่างสวยงาม ในขณะที่ช่วงนั้นโรมันไบแซนทินอ่อนแอลงทาให้เมืองเวลิโก้เป็นที่ชุมนุมมีอิทธิพลทางการเมืองเรียกกันว่าเป็นโรมที่ 3 (โรมที่ 1 คือที่กรุงโรม , โรมที่ 2 หรือเรียกว่าโรมตะวันออกที่กรุง Constantinople หรือเมือง Istanbul ในปัจจุบัน) ในระหว่างนี้ราชวงศ์ออตโตมานของเติร์กแผ่อานาจในการปกครองมาในแถบยุโรปตะวันออก และสามารถเอาชนะเข้าเมืองได้ในวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 1393 และอีก 3 ปี เติร์กสามารถควบคุมทั้งประเทศภายใต้การปกครอง แม้ว่าจะมีกองกาลังของประชาชนบัลกาเรียพยายามต่อต้านอยู่บ้าง แต่กาลังไม่พอที่จะขับไล่พวกเติร์กออกไปได้ บัลกาเรียอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมาน อยู่เกือบ 500 ปี ถึงศตวรรษที่ 19 ในปี 1875 บัลกาเรียเริ่มรวมกาลังกันต่อสู้เพื่อให้ได้อิสสระภาพ และด้วยการสนับสนุนจากรัสเซียซึ่งทาสงครามกับเติร์ก วันที่ 7 กรกฎาคม 1877 บัลกาเรียสามารถปลดแอกและได้อิสสระภาพในที่สุด ได้มีการประชุมครั้งแรกในการกาหนดรัฐธรรมนูญการปกครอง ณ เมืองนี้และต่อมาได้ย้ายเมืองหลวงไปโซเฟีย (Sofia) จนถึงปัจจุบันหลังสงครามโลกครั้งที่สองบัลกาเรียตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียระบบบริหารแบบคอมมิวนิสต์ วัดเกือบจะทุกแห่งในเมืองนี้รวมทั้งธุรกิจเอกชนต่างๆ ถูกปิดตกเป็นของรัฐ ปัจจุบันเมืองเวลิโก้ ทาร์โนโว เป็นเมืองใหญ่และมีประชากรเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพทั้งความรู้และอนุรักษ์วัฒนธรรมเดิม

b08

14.00 น. หลังอาหารกลางวัน นำชมเมือง เมืองนี้สร้างอนุสารีย์ไว้หลายแห่งต่างกรรม ต่างวาระ
 
  • ชมป้อม Tsarevet อยู่บนเนินเขาสูงสร้างในศตวรรษที่ 12 เมื่อชาว บัลกาเรียรวมตัวกันต่อต้านโรมันจนได้อิสสระภาพในที่สุด กษัตริย์

บัลกาเรียจึงได้สร้างป้อมเป็นวังที่ประทับและเพื่อป้องกันศัตรูมารุกรานไม่ได้โดยง่าย จนถึงศตวรรษที่ 14 จักรวรรดิออตโตมานเข้ามารุกรานในปี 1383 และล้อมอยู่ 3 เดือนกว่าจะบุกเข้าป้อมได้ในวันที่ 17 กรกฎาคม สิ้นสุดอาณาจักรอิสสระบัลกาเรีย ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมและเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณสถานซึ่งเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว

b23

 
  • ชมพิพิธภัณฑ์ National Revival & Constituent Assembly อาคารพิพิธภัณฑ์นี้เดิมเคยเป็นศาลากลางของพวกเติร์กขณะปกครองประเทศอยู่ก่อสร้างใน ค.ศ. 1872 เมื่อฝ่ายบัลกาเรียได้ชัยชนะฝ่ายเติร์กแล้ว จึงใช้สถานที่นี้เปิดเป็นสภาผู้แทนและได้ช่วยกันออกเสียงร่วมเขียนรัฐธรรมนูญการปกครอง
 
  • ชอปปิ้งต่อ
18.00 น.

อาหารค่า ณ ภัตตาคารพื้นเมืองนำเข้าพัก โรงแรม Bolyarski หรือเทียบเท่า

08.00 น.

หลังอาหารเช้าออกเดินทางไปเมืองโซเฟีย เมืองหลวงปัจจุบันของบัลกาเรีย (219 กม.) เป็นเมืองเก่าสามารถค้นคว้าย้อนหลังไปกว่า 7,000 ปี ในเบื้องต้นมีชนเผ่า เทรเชียน (Thracians) ตามด้วยพวกโรมันเข้ามาอยู่เป็นชุมชน ต่อมาเป็นพวกแคลท์ (Celts) ช่วยพัฒนาเมืองต่อและได้สร้างอาคารบ้านเรือน วัด วัง น้าพุและศาลากลางบริหารเมืองตามแม่แบบของกรุงโรม ต่อมาเป็นช่วงเวลาของชาวเติร์กอาณาจักรออตโตมานเป็นอิสลาม ฉะนั้นวัดต่างๆ จะถูกเปลี่ยนแก้ไขเป็นสุเหร่าและรูปเคารพถูกทาลาย และปกครองประเทศอยู่ถึง 400 กว่าปี จนกระทั้งมีสงครามระหว่างตุรกีและรัสเซียในปี 1877 – 1878 บัลกาเรียจึงได้รับอานิสงส์ที่กองทัพรัสเซียช่วยร่วมรบปลดแอก บัลกาเรียได้อิสสระภาพในที่สุดและได้รับการรับรองให้โซเฟียเป็นเมืองหลวงในวันที่ 3 เมษายน 1878 สุเหร่าหลายแห่งถูกทาลายไปในสงครามนี้ เมื่อการบริหารแบบคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง วัดซึ่งเป็นของนิกายออร์โธดอกซ์เริ่มปรับปรุงซ่อมสร้างขึ้นมาใหม่

b24

12.00 น.

ถึงเมืองโซเฟียอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

14.00 น. นำชมเมือง
 
  • แวะชมมหำวิหำรอเล็กซำนเดอร์เนฟสกี้ (Alexander Nevsky Cathedral) เป็นวิหารของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ในแบบของไบแซนทีนใหม่และเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดรองเพียงมหาวิหารในเบลเกรดในคาบสมุทรบอลข่าน เป็นวัดสาคัญที่เป็นที่ประทับของพระสังฆราชของบัลกาเรียเริ่มสร้างในปี 1882 เพื่อเป็นอนุสาวรีย์สดุดีแก่ทหารหาญของรัสเซีย ยูเครน และบัลกาเรียเป็นจานวนถึง 2 แสนคนตายในสงครามระหว่างตุรกีและรัสเซียระหว่าง 1877-1878 ซึ่งเป็นผลให้ประเทศบัลกาเรียได้รับอิสสระภาพจากตุรกีหลังจากถูกปกครองมาถึง 500 ปี แต่ส่วนใหญ่สร้างในระหว่างปี 1904-1912 จึงได้สาเร็จลงภายในตกแต่งด้วยหินอ่อนสีต่างๆb09
 
  • ชมโบสถ์รัสเซีย (St.Nicholas the Miracle Maker) โบสถ์สร้างขึ้นมาบนพื้นที่ของสุเหร่าซึ่งถูกทาลายในสงครามเอกราชของบัลกาเรียในระหว่างสงครามระหว่างตุรกีและรัสเซีย วัตถุประสงค์ในการสร้างนั้นถือว่าเป็นโบสถ์ทางการของสถานทูตรัสเซียและชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในประเทศ สถาปนิคผู้ออกแบบเป็นคนเดียวกันที่ออกแบบมหาวิหารอเล็กซานเดอร์เนฟสกี้ ภายนอกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีต่างๆ และด้านในมีรูปภาพวาดบนฝาผนังงดงามเริ่มสร้างในปี 1904 และแล้วเสร็จเฉลิมฉลองในปี 1914 ในช่วงที่รัฐบาลเป็นคอมมิวนิสต์นั้นโบสถ์นี้ก็ยังเปิดมีผู้คนก็ยังมาวัดตามปกติแต่ฝ่ายความมั่นคงก็เฝ้ามองและเพ่งเล็งบ้างb10
 
  • แวะถ่ำยรูปอำคำรรัฐสภำ ทำเนียบประธำนำธิบดีb11
 
  • ชมวัดเก่ำแก่ St. George Rotunda ซึ่งสร้างในต้นศตวรรษที่ 4 เป็นอิฐสีแดงมีหลังคาเป็นทรงกลมโดมอยู่กลาง โดยพวกโรมันซึ่งมีอานาจอยู่ในช่วงนั้น ด้านนอกสร้างแบบเรียบง่ายไม่มีการตกแต่งอย่างไรแต่เป็นที่สนใจสาคัญมาก คือ ได้พบรูปภาพวาดบนปูนเปียก (Fresco) อยู่ใต้โดมเป็นรูปนักบุญ 22 รูป มีความสูง 2 เมตร เข้าใจว่าเขียนในช่วงศตวรรษที่ 10-14 ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช Tsar ของรัสเซียได้ค้นพบเมื่อมีการซ่อมแซมและปรับปรุงวัดในศตวรรษที่ 20 โดยที่ก่อนหน้านี้เมื่อเติร์กอาณาจักรออตโตมานมีอานาจได้เปลี่ยนวัดมาเป็นสุเหร่าและได้ใช้ทาปูนทับรูปภาพเอาไว้ ทาให้เมื่อล้างปูนออกแล้วรูปภาพเหล่านั้นจึงยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก เช่นเดียวกับวัดเซนต์โซเฟียในกรุงอิสตันบูลซึ่งได้มีการโบกปูนรูปภาพต่างๆ เอาไว้เช่นเดียวกันb12
19.00 น.

อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมืองนำเข้าพักโรงแรม Ramada Sofia หรือเทียบเท่า

09.00 น.

หลังอาหารเช้าออกเดินทางไป ชมวัดเก่ำแก่ Rila Monastery ในเทือกเขา Rila ซึ่งห่างจากกรุงโซเฟียประมาณ 117 กม. และเชื่อกันว่าวัดนี้สร้างโดยนักบวช St.Ivan of Rila ซึ่งได้แสวงหาความวิเวกมาอาศัยอยู่ในถ้าของเทือกเขา Rila มีลูกศิษย์ลูกหามากมายซึ่งได้ช่วยกันสร้างวัดนี้เพื่อประกอบพิธีร่วมกันและได้รับการสนับสนุนจากพระเจ้าแผ่นดินของบัลกาเรียทุกพระองค์ ซึ่งเรียกว่าซาร์ (Tsar) เหมือนรัสเซียในสมัยอาณาจักรบัลกาเรียที่สอง เป็นเงินจานวนมากวัด Rila นี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมของบัลกาเรีย และเมื่อเสียกรุงให้กับราชวงศ์ออตโตมานชาวเติร์กแล้ว ยังเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนในความรักชาติและรักษาเอกลักษณ์ ของชาติเอาไว้ โดยไม่ถูกกลืนไปทั้งที่อยู่ภายใต้การปกครองของอิสลามเติร์กถึง 500 ปี อาคารภายในบริเวณวัดมีอยู่หลายหลังสร้างตามยุคตามสมัยที่ต่างกัน ตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ถึงศตวรรษที่ 19 ความแตกต่างๆ ของสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมตกแต่งภายในต่างกันไป ในปี 1883 ไฟไหม้อาคารบางหลัง ได้มีการก่อสร้างซ่อมแซมเพิ่มเติมในระหว่างปี 1834 –1862 โดยเงินบริจาคทาบุญของประชาชนชาวบัลกาเรียทั่วประเทศ ตัวโบสถ์นั้นมีหลังคาแบบโดม 5 โดม มีแท่นบูชาใหญ่ 3 แท่น (Altar) และมีแท่นอธิษฐาน 2 แท่น (Chapel) ที่น่าสนใจที่สุด คือ แท่นที่มีรูปเคารพนักบุญต่างๆ เป็นไม้สลักปิดทองสวยงามฝีมือเยี่ยม โดยศิลปินที่มีชื่อ 4 คน ของบัลกาเรีย โดยร่วมกันผลิตงานที่มีค่าทางฝีมือเอาไว้ ใช้เวลาถึง 5 ปี นอกนั้นรูปภาพโต้โดม และเพดานแบบบนปูนเปียก (Fresco) ก็สวยงามและได้รับการอนุรักษ์ซ่อมแซมอยู่สภาพสมบูรณ์ แม้ว่าตลอดกาลที่ผ่านมาต้องประสบภัยหายนะจากสงครามและต่างศาสนา ปัจจุบันวัดนี้ทางการได้ขึ้นเป็นมรดกของชาติเมื่อปี 1976 และเป็นมรดกโลกของ UNESCO ในปี 1993 ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2002 โป๊ปจอนพอลที่ 2 ได้เคยเสด็จมาเยี่ยมวัดนี้ในโอกาสที่เสด็จมาเยี่ยมประทานพรแก่ปวงชนชาว คริสต์ของบัลกาเรีย ปัจจุบันที่วัดมีพระจาวัดอยู่ประมาณ 60 รูป ที่น่าดูน่าชมในฝีมือของศิลปินรุ่นเก่ามีอีกมาก ในพิพิธภัณฑ์มีไม้กางเขนทาด้วยไม้ทั้งต้น (Refail Cross) ซึ่งพระรูปหนึ่งชื่อ Rafail ได้สลักไม้แผ่นจากต้นไม้นี้ขนาด 81 X 43 ซม. เป็นรูปทางศาสนาในไบเบิลเป็นจานวนถึง 104 รูป โดยใช้แว่นขยายเข้าช่วยสายตาในเวลาถึง 12 ปี จึงสิ้นสุดลงเป็นเพราะการเสียสายตาของพระ Refail

b12

b13

b37

13.30 น. อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
17.00 น.

กลับเข้ากรุงโซเฟียมีเวลาเดินเล่นดูอาคาร ร้านค้า

19.00 น. อาหารค่า ณ ภัตตาคารจีน
21.00 น. เข้าพัก โรงแรม Ramada Sofia หรือเทียบเท่า

09.00 น. หลังอาหารเช้า เตรียมตัวไปสนามบิน
13.00 น. ออกเดินทางโดย QR 228
17.40 น. ถึงสนามบินเมืองโดฮา
20.50 น. ออกเดินทางต่อโดย QR 830

07.20 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

 22

ห้องพักในโรงแรม 4 ดาว

  • อาหารทุกมื้อตามรายการพร้อม อาหารเสริมบางมื้อ
  • รถรับส่งและทัวร์ตามรายการ
  • ค่าวีซ่าเข้าประเทศโรมาเนีย และบัลกาเรีย
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในวงเงิน 2,000,000 บาท และค่ารักษาพยาบาลในวงเงิน 1,000,000 บาท (ในการขอคืนเงินค่ารักษาพยาบาลนั้น ในขั้นต้นเมื่อเจ็บป่วย บาดเจ็บจะต้องเข้าตรวจกับแพทย์ท้องถิ่นในโรงพยาบาล หรือคลีนิคและนาใบเสร็จและใบสั่งการตรวจมาด้วย)
  • ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร หรือธุรกิจ ตามช่องราคา
  • ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและผู้ติดตามจากกรุงเทพ

  • ค่าทิปคนขับรถ บริกรโรงแรมร้านอาหาร มัคคุเทศก์ท้องถิ่น (เพิ่มประมาณ 2,000 บาท)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในรายการ

  • เนื่องจำกรำยกำรนี้ยังไม่ได้สั่งจอง ฉะนั้นวันเดินทำงอำจเปลี่ยนแปลงได้ ตำมควำมต้องกำรและมีที่นั่งบนเครื่องบิน
  • รายการอาจเปลี่ยนแปลงในกรณีมีเหตุสุดวิสัย แต่จะรักษาผลประโยชน์ของทุกท่านเป็นเป้าหมาย
  • ราคาอาจจะมีขึ้นหรือลดลง ตามอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาค่าโดยสารในวันที่ชาระเงิน
  • โปรดวางมัดจา 10,000 บำท เมื่อสั่งจอง และจ่ายที่เหลือภายใน 20 วันก่อนการเดินทาง (ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2559)

  • หนังสือเดินทางมีอายุเกิน 6 เดือน เล่มใหม่และเล่มเก่า (ถ้ามี)
  • รูปสีหน้าตรงพื้นหลังขาว 2 ใบ ขนาด 2 นิ้ว (รูปถ่ายใหม่ไม่เกิน 6 เดือนอย่าใช้รูปเก่าเฉพาะอย่างยิ่งรูปเหมือนในหนังสือเดินทางเล่มเก่า)
  • สำเนาสามะโนครัว / สาเนาบัตรประชาชน (นาตัวจริงติดตัวมาด้วย)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล / สาเนาใบหย่า (นาตัวจริงติดมาด้วย)
  • หนังสือรับรองการทางานตัวจริงจากสถานที่ทางาน เป็นภาษาอังกฤษ
  • กรณีเป็นเจ้าของบริษัท สาเนาหนังสือรับรองของบริษัทตราครุฑ คัดสาเนาไม่เกิน 3 เดือน
  • ใบรับรองการเงินจากธนาคาร (ไม่เกิน 15 วัน)
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออกทรัพย์ ถ่ายหน้าแรกจนถึงปัจจุบันย้อนหลัง 6 เดือน(นาตัวจริงติดตัวมาด้วย)
  • สำเนาทะเบียนสมรสหากเดินทางด้วยกัน (นาตัวจริงติดตัวมาด้วย)

 

ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 11/4216

โปรดติดต่อ

คุณยุรภรณ์     02-381-1203

คุณเยาวธิดา   02-381-2009-10

คุณหญิงเล็ก   02-711-5373, 081-855-9570

 

 

ไอคอน